เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

วินัย ความรัก และการให้โอกาส ชีวิต 24 ชั่วโมงในรั้วสามมุกคริสเตียนวิทยา

โรงเรียนประจำ-พื้นที่แห่งการเปลี่ยนแปลง: ชีวิต 24 ชั่วโมงในรั้วโรงเรียนประจำสามมุกคริสเตียนวิทยา


ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบใกล้ชายทะเลบางแสน จังหวัดชลบุรี มีโรงเรียนประจำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม โรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยาเป็นชื่อที่หลายคนอาจคุ้นหู ในฐานะสถานศึกษาที่รับดูแลนักเรียนจากหลากหลายภูมิหลัง ขณะเดียวกัน ภาพจำจากสังคมภายนอกก็มักผูกโยงโรงเรียนแห่งนี้เข้ากับคำว่า "โรงเรียนที่รวมเด็กเกเร พูดจาโผงผางก้าวร้าว" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


แต่เมื่อก้าวผ่านประตูรั้วเข้ามา ชีวิตที่ดำเนินอยู่ภายในกลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง ที่นี่ไม่ใช่เพียงพื้นที่ของกฎระเบียบ หากเป็นพื้นที่ของการขัดเกลาชีวิต ผ่านกิจวัตรตลอด 24 ชั่วโมงที่หล่อหลอมวินัย ควบคู่ไปกับความรักและความอดทน



ชีวิตที่เริ่มต้นตั้งแต่รุ่งสาง


เสียงปลุกในยามเช้ามืดคือสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ของนักเรียนประจำ ทุกคนต้องตื่นตั้งแต่เวลา 05:30 น. เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม "ตั้งแต่หัวจดเท้า" ก่อนจะลงมารวมตัวกันที่โถงหอพักในเวลา 06:30 น. เพื่อร่วมนมัสการพระเจ้าและอ่านมานาประจำวัน การเริ่มต้นวันด้วยพระคำและการอธิษฐานเป็นกิจวัตรที่ปลูกฝังให้เด็ก ๆ หยุดทบทวนชีวิตของตนเองตั้งแต่เช้า


หนึ่งในกฎที่ท้าทายเด็กยุคดิจิทัลอย่างมาก คือการจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือ โรงเรียนมีห้องเก็บโทรศัพท์ หรือที่นักเรียนเรียกกันว่า "ห้องเล็ก" ซึ่งเด็ก ๆ จะได้ใช้โทรศัพท์เพียงวันละประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เวลาที่เหลือถูกแทนที่ด้วยการเรียน การทำกิจกรรม และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในโลกจริง



ยิบโซ ประธานนักเรียนชั้น ม.5 ย้อนเล่าความรู้สึกครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในหอพักว่า "หนูช็อกมากกับการที่เห็นหอครั้งแรก เป็นเตียงสองชั้นเรียงกัน เรียงกัน เรียงกัน อึ้งค่ะ" แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความไม่คุ้นเคยก็ค่อย ๆ คลี่คลาย "พออยู่ไปมันก็ชินไปเอง" เธอกล่าวเรียบ ๆ ราวกับเป็นบทเรียนหนึ่งของการเติบโต

จากเด็กที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

เบื้องหลังภาพลักษณ์ของประธานนักเรียนที่ดูมั่นคง ยิบโซเคยผ่านช่วงเวลาที่มืดมน ในโรงเรียนเก่า เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า และไม่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน ความพยายามจะกลมกลืนกับคนอื่นทำให้เธอเลือกเปลี่ยนตัวเองในทางที่ผิด

"หนูพยายามปรับนิสัยไปทำในสิ่งที่คนอื่นเขาทำกัน พูดคำหยาบเยอะ ๆ หรือเห็นเพื่อนนั่งสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่หลังห้อง หนูก็คิดว่าอยากจะไปด้วย เพื่อให้เขายอมรับเรา" ยิบโซเล่าถึงอดีตโดยไม่ปิดบัง

การย้ายมาเรียนที่โรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพื่อนสนิทของเธอเล่าว่า ในช่วงแรกยิบโซเป็นคนที่ "แบกโลกคูณร้อยไว้บนไหล่ตัวเองตลอดเวลา" แต่สภาพแวดล้อมของเพื่อนคริสเตียน และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ ค่อย ๆ เปิดพื้นที่ให้เธอได้พักใจและเรียนรู้ที่จะวางปัญหาไว้กับพระเจ้า

ยิบโซ ประธานนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยา

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากค่อย ๆ ก่อตัวจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ยิบโซตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานนักเรียน และนำเสนอนโยบายต่อเพื่อน ๆ และรุ่นน้องด้วยความมั่นใจ เสียงสนับสนุนที่เธอได้รับสะท้อนถึงการยอมรับที่ไม่ได้เกิดจากการฝืนเป็นใคร แต่เกิดจากการเป็นตัวของตัวเอง


ความรักและความอดทนในมุมผู้บริหาร

ในระดับนโยบายการดูแลเด็ก โรงเรียนแห่งนี้ไม่เคยปฏิเสธความจริงว่าปัญหาอบายมุข เช่น บุหรี่ สุรา หรือยาเสพติด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในสังคมวัยรุ่น อ.จินตนา เศรษฐโสภณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยา กล่าวถึงหัวใจการทำงานของที่นี่ว่า "สิ่งที่คุณครูในโรงเรียนนี้ต้องมี คือความรักและความอดทน และต้องหวังว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะเปลี่ยนเขา"

สำหรับโรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยา นักเรียนไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบการศึกษา แต่คือชีวิตที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด "คุณครูมองลูกศิษย์เป็นเหมือนลูกของตัวเอง และจะให้โอกาสเขาเสมอเท่าที่จะให้ได้" ผู้อำนวยการกล่าว พร้อมย้ำว่า การไล่ออกเป็นทางเลือกสุดท้ายที่โรงเรียนไม่อยากให้เกิดขึ้น "นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยเด็ก เพราะเด็กเขายังช่วยตัวเองไม่ได้"

อ.จินตนา เศรษฐโสภณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยา

ขัดเกลามากกว่าการลงโทษ

แนวคิดเดียวกันนี้สะท้อนผ่านการทำงานของครูแนะแนวและฝ่ายปกครอง เมื่อเกิดปัญหาพฤติกรรม โรงเรียนไม่ได้เริ่มต้นด้วยการลงโทษทันที แต่เลือกจะเริ่มจากการรับฟังและทำความเข้าใจสาเหตุ

ครูแนะแนวอธิบายกระบวนการดูแลว่า "เราจะคุยกับเขาก่อน ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาทำแบบนั้น บางคนโดดเรียนไม่ใช่เพราะเกเร แต่อาจเพราะน้อยใจเพื่อน อยากให้เพื่อนตามหา" การมองเห็นรากของปัญหาทำให้การแก้ไขไม่ใช่เพียงการหยุดพฤติกรรม แต่เป็นการเยียวยาความรู้สึก

หากพฤติกรรมยังไม่ดีขึ้น จึงค่อยใช้มาตรการตามลำดับ ตั้งแต่การหักคะแนน การทำทัณฑ์บน ไปจนถึงการบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งครูแนะแนวย้ำว่า "กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่ตั้งขึ้น ก็เพื่อผลดีของเด็ก ทั้งในตอนนี้และในอนาคตของเขา"




บ้านที่หล่อเลี้ยงหัวใจ

ยิบโซเองเป็นหนึ่งในเด็กที่ได้รับการขัดเกลาผ่านกระบวนการนี้ เธอเล่าว่า เมื่อเธอทำผิด อาจารย์ไม่ได้ตำหนิให้เธอรู้สึกจมดิน แต่กลับยิ้มให้และหนุนใจให้เธออธิษฐานสารภาพบาป "เขาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราถูกตำหนิ แต่ทำให้หนูรู้สึกว่า ไม่ว่าเราจะทำผิดมาขนาดไหน ถ้าเราคิดจะกลับใจ พระเจ้ายอมรับเรา"

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ยิบโซตัดสินใจเรียนต่อที่โรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยาจนจบชั้น ม.6 แม้ครอบครัวจะเคยมีความคิดให้ย้ายโรงเรียนก็ตาม "ที่นี่คือที่ของฉัน มันเป็นความรู้สึกที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

จากเด็กที่เคยตั้งคำถามว่าเกิดมาทำไม วันนี้ยิบโซค้นพบคุณค่าในตัวเองและความรักที่ไม่มีเงื่อนไข "ไม่ว่าเราจะเป็นใคร พระเจ้าจะรักเรา หนูไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้ตลอดเวลา"



โรงเรียนสามมุกคริสเตียนวิทยาจึงไม่ใช่สถานที่กักตัวเด็กเกเรตามภาพจำของสังคม หากเป็นพื้นที่ที่ใช้ระเบียบวินัยควบคู่ไปกับความรัก เพื่อช่วยพาเด็กวัยรุ่นที่เคยหลงทางให้กลับมายืนบนเส้นทางชีวิตอย่างมีความหวังอีกครั้ง





________________________________________

ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook