เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
คริสเตียนไทยประกาศยุทธศาสตร์ระดับชาติ "Love Thailand 1-1-1" มุ่งขับเคลื่อนพันธกิจทั่วประเทศ รับวาระครบรอบ 200 ปีในปี 2028
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท คณะกรรมการเพื่อการประกาศและเพิ่มพูนคริสตจักร (กปพ.) ภายใต้การมอบหมายจากคณะกรรมการประสานงานคริสตจักรโปรเตสแตนต์แห่งประเทศไทย (กปท.) ได้จัดการประชุมพันธมิตรครั้งสำคัญ เพื่อรวมพลังองค์กรคริสเตียนจากทั่วประเทศขับเคลื่อนนิมิต "Love Thailand 1-1-1" โดยตั้งเป้าหมายสำคัญคือ การเห็นคริสเตียน 1 ล้านคน การพัฒนาผู้นำข่าวดี 1 หมื่นคน และการก่อตั้งคริสตจักร 1 หมื่นแห่ง ภายหลังปี 2028
ศาสนาจารย์ ดร.วีรเดช จิตศักดานนท์ ประธานคณะกรรมการเพื่อการประกาศและเพิ่มพูนคริสตจักร (กปพ.) กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า หัวใจของการเป็นพันธมิตรคือการวางเป้าหมายส่วนตัวลง เพื่อยกเป้าหมายส่วนรวมให้สูงขึ้น พร้อมระบุว่านิมิตนี้ไม่ใช่เพียงความฝัน แต่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2024 ผ่านโครงการ Love Thailand in Action ซึ่งสามารถรวบรวมผู้นำกว่า 2,700 คนจาก 6 ภูมิภาค และในปี 2025 ได้ขยายสู่การจัดทำยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด จนเกิด "พันธสัญญาแห่งชาติ" (National Grid) ที่ตั้งเป้าสร้างผู้สร้างสาวกกว่า 12,000 คน และขยายคริสตจักรเพิ่มอีกกว่า 5,000 แห่ง
ศจ.ออมศิลป์ เปสลสกุล ผู้แทนจากสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ "นิมิต 555" ฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนิมิต 1-1-1 โดยมีการแบ่งโครงสร้างการดูแลออกเป็น 10 ภาคทั่วประเทศ จุดเด่นสำคัญคือการนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชันมาใช้จัดเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อติดตามสถิติคริสตจักรและสถานประกาศได้อย่างแม่นยำ
ศจ.ออมศิลป์ระบุว่า ปัจจุบันสหกิจฯ มีคริสตจักรในระบบเกือบ 2,000 แห่ง แต่ยังมีสถานประกาศและจุดประกาศจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยเป้าหมายใน 2 ปีข้างหน้าคือการขยายคริสตจักรให้ถึง 3,000 แห่ง พร้อมเพิ่มสถานประกาศและจุดประกาศอย่างละ 1,000 แห่ง นอกจากนี้ยังมุ่งแก้ปัญหาการทำงานแบบ "ธุรกิจครอบครัว" หรือการทำงานโดยบุคคลเพียงลำพัง ด้วยการสร้างทีมผู้นำระดับรากหญ้าผ่านการฝึกอบรมภายในคริสตจักรท้องถิ่น (In-house Training) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนจากภายใน
อ.นิยม ชาญศิริเมธา หัวหน้าฝ่ายสื่อ กปพ. เปิดเผยถึงแผนการรวมตัวขององค์กรสื่อคริสเตียนกว่า 30 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนในอดีต โดยผลการวิจัยพบว่าสื่อส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่กลุ่ม Gen Alpha และ Gen Z ทำให้กลุ่มผู้ใหญ่หรือ "ซีเนียร์" ขาดแคลนสื่อที่เหมาะสม
ฝ่ายสื่อจึงมีแผนจัดเวิร์กชอปร่วมกันระหว่างองค์กรหลัก เช่น CBN Thailand, CGN Thai, FEBC และ SU Thailand เพื่อใช้ทรัพยากรและงบประมาณร่วมกันในการรับใช้ พร้อมเตรียมสร้างเครือข่ายนักสื่อสารระดับจังหวัดทั่วประเทศกว่า 200 คน เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ ศจ.ทนนท์ ชาญชิตโสภณ ได้เปรียบเทียบการร่วมมือครั้งนี้กับเหตุการณ์ "ดันเคิร์ก" ซึ่งเรือทุกลำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันในการช่วยเหลือทหาร โดย กปพ. จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางเพื่อลดความซ้ำซ้อนด้านงบประมาณและเวลา ผ่านกลยุทธ์ 2 รูปแบบ ได้แก่ "ร่วมกันตี" (Synergy) คือการนำจุดแข็งของแต่ละองค์กรมาทำงานร่วมกันในพื้นที่เดียว และ "แบ่งกันตี" (Divided Attack) คือการกระจายงานตามทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของแต่ละกลุ่มในแต่ละพื้นที่
ศจ.สุวิทย์ เราเจริญพร ผู้ประสานงานคณะกรรมการดำเนินงานการประกาศและเพิ่มพูนคริสตจักร กล่าวถึงการก้าวสู่ประวัติศาสตร์ 200 ปี พร้อมย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสทางการเงินและยุทธศาสตร์ระยะยาว โดยระบุว่า ช่วงปี 2026–2027 จะเป็นช่วงแห่งการอุทิศตัวและการวางรากฐานอย่างเข้มข้น ก่อนเข้าสู่ปี 2028 ซึ่งเป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีพันธกิจโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย โดยมีแผนจัดงานระดับแลนด์มาร์คครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคม เพื่อสำแดงความรักของพระเจ้าต่อสังคมไทย
ทั้งนี้ กปพ. ได้กำหนดนัดหมายองค์กรพันธมิตรและตัวแทนจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนยุทธศาสตร์อย่างละเอียด (Strategic Planning) ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เพื่อผลักดันให้แผนงานทั้งหมดเกิดผลเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ