เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

"Unplugged to Reconnect" พื้นที่เพื่อผู้เชื่อรวมตัว เชื่อมต่อกับพระเจ้าและผู้คน

ในโลกที่ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยงาน ความเร่งรีบ และเสียงจากหน้าจอ บางครั้งสิ่งที่คนเราต้องการอาจไม่ใช่กิจกรรมที่มากขึ้น แต่เป็นพื้นที่ที่จะได้หยุดลง ได้พบปะผู้คน และกลับมาใส่ใจกับความสัมพันธ์ที่สำคัญอีกครั้ง


นั่นคือภาพที่เกิดขึ้นในงาน "Unplugged to Reconnect" เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 ณ Camelot cafe & living room กรุงเทพฯ เมื่อผู้เชื่อประมาณ 75 คนมารวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหาร นมัสการ ฟังพระคำ อธิษฐาน และใช้เวลาอยู่ร่วมกันในบรรยากาศที่แตกต่างจากการนมัสการในคริสตจักรตามปกติ


แต่เบื้องหลังค่ำคืนเรียบง่ายนี้ มีแนวคิดหนึ่งที่ชัดเจนกว่าการจัดงานเพียงครั้งเดียว นั่นคือ "The actual church is people" - คริสตจักรที่แท้จริงคือผู้คน

จากคำอธิษฐาน สู่การพบกันของคนที่มีหัวใจเดียวกัน

Unplugged เกิดขึ้นจากการร่วมมือของ 3 พันธกิจ ได้แก่ Bangkok Bible Club, Neighborhouse และ Mosaic Creatives ซึ่งแต่ละกลุ่มมีจุดเน้นแตกต่างกัน แต่มีความปรารถนาร่วมกันที่จะสื่อสารพระกิตติคุณและสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน


ซาร่าห์ โอกาฟอร์ ผู้ก่อตั้ง Bangkok Bible Club เล่าว่า จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นจากการอธิษฐาน


ก่อนหน้านั้นเธออธิษฐานขอพระเจ้าประทาน "connection" เพราะแม้เธอจะเกิดและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย แต่เธอปรารถนาที่จะรับใช้พระเจ้ามากกว่าการร้องเพลงในคริสตจักรทุกวันอาทิตย์


ไม่นานหลังจากนั้น เธอได้พบกับ มาร์ก ลันซุเอลา ผู้ก่อตั้ง Mosaic Creatives และต่อมาได้รู้จักกับ นลพรรณ ทัศกร หรือ "กอบัว" ผู้ก่อตั้ง Neighborhouse ผ่านคนรู้จักร่วมกัน


"เราอยากให้ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เรามาร่วมงานกันได้ โดยที่เราไม่ต้องไปคริสตจักรเดียวกัน" ซาร่าห์กล่าว


สำหรับมาร์ก การพบกันของทั้งสามคนไม่ใช่เพียงการนำคนที่มีทักษะต่างกันมารวมกัน แต่เขามองเห็นการทรงนำของพระเจ้าอยู่เบื้องหลัง


"มันไม่ใช่เพราะเรามีความสามารถเหล่านี้ แต่ผมคิดว่าพระเจ้าทรงจัดทุกอย่างให้มาอยู่ด้วยกัน"


จากนั้นทักษะของแต่ละคนจึงเข้ามาประกอบกัน-Bangkok Bible Club นำการศึกษาพระคัมภีร์และการแบ่งปันพระคำ, Neighborhouse นำหัวใจด้านการสร้างชุมชนและการต้อนรับผู้คน ขณะที่ Mosaic Creatives นำความสามารถด้านสื่อและงานสร้างสรรค์เข้ามา


สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่พันธกิจของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่แต่ละคนสามารถนำสิ่งที่พระเจ้าประทานให้มารับใช้ร่วมกัน

ซาร่าห์ โอกาฟอร์ ผู้ก่อตั้ง Bangkok Bible Club


ไม่ใช่ "โบสถ์ของฉัน" หรือ "โบสถ์ของเธอ"

สำหรับกอบัว จุดเปลี่ยนสำคัญของ Neighborhouse คือการที่เธอเริ่มมองเห็นว่า "บ้าน" ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่คนหนึ่งคนสร้างขึ้นเพียงลำพัง

"ตอนแรกบัวคิดว่ามันคือบัวต้องทำคนเดียว แต่ตอนนี้บัวเห็นภาพใหม่ที่พระเจ้าให้บัวมา… Neighborhouse จริงๆ คือการที่มีคนหลายๆ คนมาทำร่วมกัน"

แนวคิดนี้กลายเป็นส่วนสำคัญของ Unplugged ด้วย

สถานที่จัดงานจึงไม่ได้ถูกเลือกเพราะเป็นอาคารคริสตจักร แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือน "บ้าน" ผู้เข้าร่วมสามารถนั่งร่วมโต๊ะ รับประทานอาหาร พูดคุย และนมัสการโดยไม่รู้สึกว่ามีเส้นแบ่งระหว่างผู้ที่อยู่บนเวทีกับผู้ที่นั่งอยู่ด้านล่าง

กอบัวอธิบายว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการให้ใครมาเป็นเพียง "ผู้ชม" หรือ "ผู้แสดง"

"เราไม่ใช่ Performer วันนั้น เราคือ Worshipper และทุกคนที่อยู่ในห้องคือด้วยกัน เราแค่ช่วยให้ทุกคนได้อยู่ด้วยกัน"

แนวคิดนี้ยังขยายไปถึงเรื่องนิกายและเชื้อชาติ เพราะผู้ที่ร่วมทำพันธกิจครั้งนี้มาจากทั้งไทย ฟิลิปปินส์ และไนจีเรีย

"มันไม่เกี่ยวกับโบสถ์ฉัน ไม่เกี่ยวกับโบสถ์เธอ เธอเป็นเพื่อนฉัน เธอเป็นเพื่อนบ้านฉัน ทุกคนเป็นเพื่อนบ้านกันและกัน และมีพระเยซูตรงกัน เราไม่ได้นับ denomination ด้วยซ้ำ"

สำหรับบริบทคริสเตียนไทย นี่คือความตั้งใจที่จะก้าวข้ามกำแพงที่หลายครั้งทำให้ผู้เชื่อแยกออกจากกันตามคริสตจักร สังกัด หรือวัฒนธรรม

แทนที่จะถามว่า "มาจากโบสถ์ไหน" พวกเขาเลือกเริ่มต้นด้วยคำถามว่า "เราจะรับใช้และเดินไปด้วยกันได้อย่างไร"

นลพรรณ ทัศกร หรือ กอบัว ผู้ก่อตั้ง Neighborhouse

จากโบสถ์สู่ชีวิตประจำวัน

มาร์กเล่าว่า Unplugged เริ่มต้นจากกลุ่มเล็กๆ ที่มีคนประมาณ 20 คน ก่อนจะเติบโตขึ้นเป็นประมาณ 60 คนในครั้งต่อมา และในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 75 คน แต่จำนวนคนไม่ใช่หัวใจของพันธกิจ

"ถ้าคุณถามผมว่า Unplugged คืออะไร มันคือการมารวมตัวกัน ไม่ใช่แค่เป็นคริสตจักรในวันอาทิตย์ แต่เป็นคริสตจักรที่มีชีวิต ที่นมัสการพระเจ้าได้ทุกที่"

แนวคิดนี้สะท้อนสิ่งที่ทั้งสามคนต้องการเห็นมากกว่าการจัดงานหนึ่งครั้ง พวกเขาอยากเห็นผู้เชื่อสร้างชุมชนและมีความสัมพันธ์กันนอกอาคารคริสตจักร กอบัวใช้คำว่า "The actual church is people" เพื่ออธิบายภาพนั้น

คริสตจักรจึงไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่ในอาคาร แต่สามารถปรากฏผ่านผู้เชื่อที่มาพบกัน รับประทานอาหารด้วยกัน อธิษฐานด้วยกัน และดำเนินชีวิตตามความเชื่อร่วมกัน

"เราอยากให้มีบรรยากาศของโบสถ์ แต่เกิดขึ้นได้กับทุกที่"

เมื่อถามว่า "บรรยากาศของโบสถ์" หมายถึงอะไร กอบัวตอบสั้นๆ ว่า "บรรยากาศของคน ของผู้เชื่อ"

มาร์ก ลันซุเอลา ผู้ก่อตั้ง Mosaic Creatives

การ "ถอดปลั๊ก" เพื่อกลับมาเชื่อมต่อ

ในช่วงแบ่งปันหัวข้อ "Drawing Near to God" ซาร่าห์พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายในชีวิตของคนทำงาน นั่นคือเมื่อชีวิตยุ่งขึ้น ความสัมพันธ์กับพระเจ้ากลับค่อยๆ ถูกวางไว้ข้างหลัง

เธอจึงอยากให้ผู้เข้าร่วมกลับออกไปพร้อมกับความตระหนักว่า แม้ในวันที่เราไม่ได้อยู่ในอาคารคริสตจักร พระเจ้าก็ยังทรงอยู่กับเรา

"บางครั้งในชีวิตเราเผชิญกับหลายอย่าง เราก็ยุ่งกับงาน พอเรายุ่งกับงาน เราก็เสียความสัมพันธ์กับพระเจ้า"

สำหรับซาร่าห์ การ "Unplug" จึงไม่ใช่เพียงการวางโทรศัพท์หรือหยุดจากโลกดิจิทัล แต่คือการหยุดจากความวุ่นวายเพื่อกลับมา Connect กับพระเจ้า ไม่ว่าสถานการณ์ในชีวิตจะเป็นอย่างไร

ค่ำคืนดังกล่าวจึงประกอบด้วยการรับประทานอาหารร่วมกัน การนมัสการแบบอะคูสติก การแบ่งปันพระคำ การอธิษฐาน และการหนุนใจซึ่งกันและกัน ทุกองค์ประกอบไม่ได้มุ่งให้ผู้คนเพียง "มาร่วมงาน" แต่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถพบพระเจ้าและพบกันและกันได้



พันธกิจที่ยังไม่รู้ว่าจะไปถึงไหน

ทั้งสามคนยังไม่ได้กำหนดรูปแบบตายตัวสำหรับก้าวต่อไปของ Unplugged

มาร์กบอกว่า พวกเขากำลังคิดถึงการขยายจาก "สถานที่" ไปสู่ "ชุมชน" ของผู้ที่รักการนมัสการ อาจเป็นการนมัสการริมทะเล หรือในสถานที่อื่นๆ ที่ผู้คนสามารถมารวมตัวกันได้

สิ่งที่ชัดเจนกว่ารูปแบบ คือหัวใจของพันธกิจ ในการนำคริสตจักรออกจากคริสตจักร และนำการนมัสการออกไปสู่ชีวิตประจำวัน

ขณะเดียวกัน กอบัวมองเห็น Neighborhouse ในอนาคตในฐานะพื้นที่สำหรับช่วยให้คนที่มีความคิดหรือการทรงเรียกบางอย่าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำร่วมกับใคร สามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นและทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้

เธอมองตัวเองในฐานะ Community Builder และเชื่อว่าการสร้างชุมชนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ แต่อาจเริ่มจากคนไม่กี่คนที่ยอมเปิดบ้าน เปิดโต๊ะอาหาร และเปิดพื้นที่ให้คนอื่นเข้ามา

"ถ้าใครอยากทำอะไรสักอย่าง แต่เขาไม่รู้จะทำกับใคร อันนี้คือสิ่งที่บัวพร้อมที่จะช่วย"

จากคนสามคนที่เริ่มต้นด้วยการพบกัน กินข้าว อธิษฐาน และแบ่งปันสิ่งที่พระเจ้าวางไว้ในใจ วันนี้ Unplugged กำลังชวนผู้เชื่อให้มองคำว่า "คริสตจักร" กว้างออกไปกว่าที่เคย

ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่เราไปในวันอาทิตย์ แต่คือผู้คนที่เราเป็น และชุมชนที่เราเลือกจะเดินไปด้วยกัน

เพราะบางที การกลับมาเชื่อมต่อกับพระเจ้าอีกครั้ง อาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการที่เราถอดปลั๊กจากความวุ่นวาย แล้วกลับมาเชื่อมต่อกับพระองค์และผู้คนรอบตัว อีกครั้งหนึ่ง



ภาพ: Mosaic Creatives







________________________________________

ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook