เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
นมัสการที่มีแค่เสียงแห่งหัวใจ การเดินทางของความเชื่อ ชีวิต และการทรงเรียก ในคริสตจักรอากาเป้เพื่อคนหูหนวก
ในโลกที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงจนบางครั้งเราไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจตัวเอง ยังมีมุมหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่ความเงียบงันกลับเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตและการสื่อสารที่ลึกซึ้ง คริสตจักรอากาเป้เพื่อคนหูหนวก ไม่ได้เป็นเพียงอาคารทางศาสนา แต่เป็น "โรงเรียนชีวิต" ที่บ่มเพาะความเชื่อและเตรียมความพร้อมให้กับผู้พิการทางการได้ยินมากว่า 30 ปี นับเป็นคริสตจักรแห่งแรกในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อคนหูหนวกโดยเฉพาะ
พันธกิจที่เริ่มต้นจาก "มือ" ที่สวยที่สุด
จุดเริ่มต้นของคริสตจักรแห่งนี้ในปี 1992 มาจากหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีคนในครอบครัวเป็นคนหูหนวกเลย
อาจารย์มาลิณี สิมันตธรรมกุล ศิษยาภิบาลผู้รับใช้พระเจ้ามานานกว่า 34 ปี เล่าถึงจินตภาพและการทรงเรียกที่เปลี่ยนชีวิตท่านไปตลอดกาล โดยในช่วงที่เป็นนักศึกษา ท่านมีความปรารถนาจะถวายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพระเจ้า แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเงิน ท่านจึงตัดสินใจถวายมือของท่าน
"พี่เลี้ยงบอกว่าให้เราถวายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพระเจ้า... ก็เลยถวายมือเพราะว่าแม้ว่าจะเป็นคนจ้ำม่ำอย่างนี้นะคะ แต่ว่านิ้วเราจะยาวแล้วในเวลานั้นก็ชอบแต่งเล็บนะ... ก็เลยคิดว่ามือนี้ดีที่สุดสําหรับพระเจ้า"
ความตั้งใจในวันนั้นกลายเป็นความจริง เมื่อพระเจ้าทรงเปิดใจให้ท่านมองไปยังกลุ่มคนหูหนวกที่กำลังสื่อสารกันด้วยภาษามือ ทำให้ท่านตระหนักว่ามือที่ท่านเคยรักและตกแต่งอย่างสวยงามนั้น คือเครื่องมือที่พระเจ้าจะใช้เพื่อนำทางจิตวิญญาณของผู้ที่อยู่ในความเงียบ
วัฒนธรรมและความจริงใจภายใต้ความเงียบ
บรรยากาศในคริสตจักรแห่งนี้มีความพิเศษและแตกต่างจากโบสถ์คนหูดีทั่วไปอย่างชัดเจน แทนที่จะได้ยินเสียงทักทายปราศรัย แต่กลับเห็นการเคลื่อนไหวของท่วงท่าและปลายนิ้วที่สื่อสารถึงกัน แม้กระทั่งการติดป้ายประกาศก็มีความเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงบทเรียนชีวิตที่พวกเขาเรียนรู้ร่วมกัน เช่น ป้าย "ห้ามยืมเงินเพื่อน" หรือ "ห้ามเอากาแฟกลับบ้าน"
อาจารย์มาลิณีอธิบายถึงเบื้องหลังความเข้มงวดนี้ว่า เป็นการตัดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งที่อาจทำให้สมาชิกหลงหายไปจากคริสตจักร
"ยืมเงินแล้วก็โอ้ยนานไม่คืนเลย... แล้วก็จะมีปัญหาพอไม่คืนเงินเพื่อนก็ไม่มาคริสตจักร เพราะว่าเดี๋ยวโดนทวง เราก็เลยตัดปัญหาเรื่องการไม่ให้ยืมเงินเพื่อน แต่เราแก้ปัญหาให้โดยเรามีกล่องรับบริจาค"
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าคริสตจักรไม่ได้เน้นเพียงคำสอนในพระคัมภีร์ แต่ยังใส่ใจในความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพื่อรักษาบรรยากาศแห่งความรักและการแชร์ประสบการณ์ชีวิตระหว่างกัน
ดนตรีจากสวรรค์และการสัมผัสด้วยจิตวิญญาณ
ความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของคริสตจักรอากาเป้คือการนมัสการ แม้สมาชิกส่วนใหญ่จะมีการได้ยินเกือบเป็นศูนย์ แต่พวกเขากลับรักเสียงดนตรี โดยเฉพาะจังหวะของเสียงกลองที่พวกเขาสามารถสัมผัสได้
อาจารย์มาลิณีเล่าว่าพระเจ้าจะประทานเสียงพิเศษที่คนหูดีอาจไม่เคยได้ยิน เป็นเสียงที่เหมือนการเล่นดนตรีในสวรรค์ที่สร้างความอบอุ่นใจ ซึ่งสมาชิกอย่าง คุณเทพ และ คุณเกรซ คือพยานบุคคลของชีวิตที่หลงหายไปนานนับสิบปี แต่สุดท้ายก็กลับมาหาพระเจ้าเพราะสัมผัสได้ถึงการทรงเรียกผ่านเหตุการณ์ภัยธรรมชาติต่างๆ
คุณเทพให้เหตุผลในการกลับมาว่าเขาสัมผัสได้ว่า "พระเจ้าใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว" โดยสังเกตจากเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งทำให้เขารู้สึกกลัว จนต้องตัดสินใจกลับมาที่คริสตจักรอีกครั้ง
ขณะที่คุณเกรซเล่าว่า เมื่อก่อนเธอมีชีวิตที่สนุกสนานตามโลก แต่เมื่อกลับมาหาพระเจ้า ชีวิตและหน้าตาของเธอก็เปลี่ยนไปจนเพื่อนสัมผัสได้
"หน้าตานี่แปลกไปเลย เพื่อนหูหนวกหรือหูดีบอกว่าหน้าเนี่ยเหมือนมีพระสิริของพระเจ้า" คุณเกรซเล่าผ่านภาษามือ
ความสุขที่อยู่เหนือความบกพร่อง
คำถามที่ท้าทายที่สุดคือ หากอธิษฐานแล้วหูไม่หายหนวก พวกเขายังจะเชื่อในพระเจ้าอยู่ไหม? คำตอบที่ได้จากสมาชิกคนหนึ่งสะท้อนถึงความเชื่อที่ฝังรากลึกยิ่งกว่าการรักษาทางกาย
"เป็นหูหนวกก็ไม่เป็นไร ชื่นชมยินดีกับพระเจ้าตลอด เป็นหูหนวกก็ได้ก็ยังสื่อสารในกลุ่มคนหูหนวกได้"
พวกเขามีความพร้อมอย่างน่าอัศจรรย์ใจในการรอคอยการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ เมื่อถูกถามว่าหากพระเยซูจะเสด็จมาในวันพรุ่งนี้ วันนี้จะทำอะไร สมาชิกท่านหนึ่งตอบอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า "สําหรับฉันนะ นอน... ทําไม? เพราะว่าพร้อมแล้ว" ความพร้อมนี้มาจากการใช้ชีวิตที่ตระหนักถึงบาปและการหมั่นสารภาพบาปอยู่เสมอ
เสียงสะท้อนถึงคริสตจักรคนหูดี
อาจารย์มาลิณีได้ส่งสารสำคัญไปยังคริสตจักรคนหูดีทั่วไปว่า อย่ามองข้ามหรือผลักไสคนหูหนวกที่ก้าวเท้าเข้ามาหา การเรียนรู้ภาษามือไม่ใช่เรื่องยาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถสื่อสารได้แล้ว
"3 เดือนเท่านั้นที่สามารถทำภาษามือได้แล้ว 80% เพราะฉะนั้นคริสตจักรหูดีต้องมาเรียนรู้ภาษามือ... อย่าลืมว่าคนหูหนวกเนี่ย เมื่อเขาเชื่อพระเจ้าแล้วเขาประกาศด้วยตัวของเขาเองได้แล้วประกาศได้เยอะด้วย"
ชีวิตของพี่น้อง ณ คริสตจักรอากาเป้เพื่อคนหูหนวก จึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า "ความเชื่อไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่หูได้ยินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากดวงใจที่พร้อมจะเปิดรับและการสัมผัสด้วยจิตวิญญาณ" ที่ซึ่งความเงียบไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการรับพระสิริจากสวรรค์เลยแม้แต่น้อย