เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่สำรวจชาวอเมริกันกว่า 60,000 คน พบว่า การปฏิบัติด้านความเชื่อของพ่อแม่และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับการที่บุตรหลานยังคงดำเนินชีวิตความเชื่อและเข้าร่วมคริสตจักรเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
รายงานดังกล่าวเผยแพร่โดย Communio และ Institute for Family Studies ระบุว่า เด็กที่เติบโตในครอบครัวที่มีการพูดคุยเรื่องความเชื่ออย่างสม่ำเสมอ มีแนวโน้มเข้าร่วมคริสตจักรและให้ความสำคัญกับความเชื่อในวัยผู้ใหญ่มากกว่ากลุ่มอื่น
ผลการศึกษาพบว่า 41% ของผู้ที่เติบโตมาในครอบครัวที่ทั้งพ่อและแม่เข้าร่วมคริสตจักรทุกสัปดาห์ ยังคงเข้าร่วมคริสตจักรเป็นประจำเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ขณะที่กลุ่มที่มีพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวเข้าร่วมคริสตจักรเป็นประจำ มีสัดส่วนอยู่ที่ 29%
นอกจากนี้ ผู้ที่รายงานว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งพ่อและแม่ มีแนวโน้มเชื่อในพระเจ้าเมื่อเป็นผู้ใหญ่มากกว่าผู้ที่มีความสัมพันธ์กับพ่อแม่ไม่แน่นแฟ้นถึง 97%
รายงานซึ่งมีชื่อว่า "Passing the Torch: How Faith Moves Across Generations" หรือ "ส่งต่อคบเพลิง: ถ่ายทอดความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่น" ใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลระดับชาติ 4 ชุด รวมถึง Global Flourishing Study และ National Longitudinal Study of Adolescent to Adult Health โดยคณะผู้วิจัยระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในการศึกษาที่ครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับการส่งต่อความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่น
เจสซี สมิธ หนึ่งในผู้เขียนรายงานและผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต กล่าวว่า "ความเชื่อไม่ใช่สิ่งที่เด็กจะได้รับจากวัฒนธรรมรอบตัวเองโดยอัตโนมัติ ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่เป็นบุคคลสำคัญที่สุดในการหล่อหลอมชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของลูก เป็นทั้งแบบอย่าง ผู้สอน และผู้กำหนดบรรยากาศภายในบ้าน"
นักวิจัยยังพบว่า การพูดคุยเรื่องความเชื่อภายในครอบครัว การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในชีวิตของลูก ความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสที่เข้มแข็ง และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่กับบุตร เป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตความเชื่อต่อเนื่องในอนาคต
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือบทบาทของบิดา โดยเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีการพูดคุยเรื่องความเชื่อร่วมกับบิดา มีแนวโน้มที่จะสานต่อการพูดคุยลักษณะเดียวกันกับบุตรหลานของตนเองเมื่อเป็นผู้ใหญ่
ขณะเดียวกัน พ่อแม่ที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสสูง ยังรายงานว่ามีการพูดคุยเรื่องความเชื่อกับบุตรหลานบ่อยกว่าครอบครัวที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสน้อยกว่า
เจ.พี. เดอ แกนซ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Communio กล่าวว่า ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมภายในครอบครัวต่อการหล่อหลอมความเชื่อ โดยระบุว่า "ครอบครัวที่มีชีวิตสมรสมั่นคงเป็นกลุ่มเล็กที่ทรงอิทธิพลที่สุด"
รายงานฉบับดังกล่าวยังเสนอแนะแนวทาง 10 ประการสำหรับพ่อแม่และผู้นำคริสตจักร อาทิ การเป็นแบบอย่างด้านความเชื่อ การเสริมสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส การทำให้เรื่องความเชื่อเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในครอบครัว ตลอดจนการส่งเสริมให้คริสตจักรมีส่วนร่วมกับพ่อแม่และบิดามากขึ้นในการสร้างรากฐานความเชื่อแก่คนรุ่นต่อไป