เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
คลิฟฟ์ และ สจวร์ต เน็คเทิล ชี้ ความไม่มั่นคงในยุคนี้อาจกำลังปลุกคนรุ่นใหม่ให้แสวงหาพระเจ้า
ท่ามกลางยุคที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับความวิตกกังวล ความโดดเดี่ยว และความไม่ไว้วางใจต่อสถาบันต่างๆ มากขึ้น สองนักประกาศชื่อดังอย่าง คลิฟฟ์ เน็คเทิล และ สจวร์ต เน็คเทิล กล่าวว่า พวกเขากำลังเห็นคนรุ่น Gen Z ตั้งคำถามเรื่องพระเจ้าและความเชื่ออย่างจริงจังมากกว่าที่หลายคนคิด
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คลิฟฟ์ เน็คเทิล ได้เดินทางไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ไปจนถึงวิทยาลัยดาร์ทมัธ เพื่อเปิดเวทีตอบคำถามเกี่ยวกับความเชื่อคริสเตียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความทุกข์ วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม หรือการมีอยู่ของพระเจ้า
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขากล่าวว่าคำถามของคนรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะประเด็นด้านสุขภาพจิต ความวิตกกังวล และการค้นหาความหมายของชีวิต
"ความสงสัยและความไม่เชื่อกำลังฝังรากลึกมากขึ้นในวัฒนธรรมยุคนี้" คลิฟฟ์ กล่าว พร้อมอธิบายว่า แม้แนวคิดเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจนกว่าที่เคย
ทั้งสองได้รวบรวมประสบการณ์จากการพูดคุยกับนักศึกษามหาวิทยาลัยและผู้ติดตามทางออนไลน์หลายล้านคน กลายเป็นหนังสือเล่มใหม่ชื่อ Demolishing Doubt หรือการทำลายความสงสัย ซึ่งเผยแพร่ผ่านสำนักพิมพ์ Zondervan เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดว่า ความสงสัยไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูของความเชื่อ แต่สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้
สจวร์ต เน็คเทิล ซึ่งช่วยขยายพันธกิจ Give Me An Answer สู่คนรุ่นใหม่ผ่านคลิปสั้นและพอดแคสต์บนโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า คำถามของ Gen Z มักเริ่มจากประสบการณ์ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงการถกเถียงทางศาสนศาสตร์
"คนรุ่นนี้อยากให้คนฟังเรื่องราวชีวิตของพวกเขา" สจวร์ต กล่าว "หลายคนพูดถึงการหย่าร้างในครอบครัว ความเจ็บปวด หรือเส้นทางด้านสุขภาพจิตของตัวเอง แล้วถามว่า 'พระเจ้าจะอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้ได้ไหม?'"
เขายังชี้ว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากยังคงสนใจเรื่องความหมายของชีวิตและศีลธรรม แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่ไว้วางใจคริสตจักรหรือสถาบันทางความเชื่อเหมือนคนรุ่นก่อน

Demolishing Doubt หนังสือเล่มแรกของ 2 พ่อลูก (Instagram : stuart_knechtle)
สจวร์ต อ้างถึงข้อมูลจาก Barna Group องค์กรวิจัยข้อมูลและสถิติชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อคริสเตียน วัฒนธรรม และทัศนคติของคนในสังคม ที่ระบุว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนหนุ่มสาวถอยห่างจากคริสตจักร คือการมองเห็นความหน้าซื่อใจคดและการตัดสินผู้อื่นภายในคริสตจักรเอง
"ถ้าพวกเขาเห็นผู้นำหรือคริสเตียนที่ดำเนินชีวิตอย่างสม่ำเสมอในพระคริสต์ พวกเขาจะรู้สึกว่านั่นน่าดึงดูดมาก" เขากล่าว "แต่บ่อยครั้ง คนรุ่นใหม่กลับเห็นคริสเตียนโจมตีกันเอง"
แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตสุขภาพจิตและความไม่มั่นคงในหมู่ Gen Z แต่ทั้ง คลิฟฟ์ และ สจวร์ต กล่าวว่า พวกเขายังมีความหวังต่อคนรุ่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่านักศึกษาจำนวนมากกำลังหันกลับมาตั้งคำถามเรื่องพระเจ้าอย่างจริงจัง
สจวร์ต กล่าวว่า ความวิตกกังวลและความไม่มั่นคงในโลกยุคปัจจุบัน อาจกำลังผลักให้คนรุ่นใหม่แสวงหาสิ่งที่มั่นคงมากกว่าเดิม
"หลายคนมองว่าความวิตกกังวลเป็นเรื่องเลวร้าย" เขากล่าว "แต่ผมคิดว่ามันกำลังปลุกผู้คนให้ตื่นขึ้น"
พันธกิจของทั้งสองได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย จากคลิปถาม-ตอบในมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาถามได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ความเชื่อแบบอเทวนิยม วิทยาศาสตร์ เรื่องเพศ ไปจนถึงความทุกข์ในชีวิต โดยหลายคลิปมียอดรับชมหลายล้านครั้ง
คลิฟฟ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือคริสตจักรต้องไม่กลัวคำถาม เพราะความสงสัยสามารถนำไปสู่การแสวงหาความจริงได้
"มีคริสตจักรจำนวนมากที่ยังไม่เปิดพื้นที่ให้คนถามคำถาม" เขากล่าว "แต่ความสงสัยสามารถเป็นสิ่งที่ดีได้ หากมันผลักให้เราออกไปค้นหาคำตอบอย่างจริงใจ"

สจวร์ต เองก็ยอมรับว่า เขาเคยผ่านช่วงเวลาของ "วิกฤตความเชื่อ" ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเช่นกัน โดยเริ่มตั้งคำถามว่า ความเชื่อของตนเป็นเพียงสิ่งที่ได้รับต่อมาจากครอบครัวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า พ่อแม่ไม่เคยห้ามเขาตั้งคำถาม แต่กลับสนับสนุนให้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
คลิฟฟ์ ทิ้งท้ายว่า ความเชื่อในพระคัมภีร์ไม่ได้เป็นการกระโดดเข้าสู่ความมืดโดยไร้เหตุผล แต่เป็นการตอบสนองต่อหลักฐานและความจริงที่สามารถตรวจสอบได้
"ความเชื่อในพระคัมภีร์คือการตอบสนองต่อหลักฐาน" เขากล่าว "และเมื่อพูดถึงความน่าเชื่อถือ ไม่มีใครเข้าใกล้พระเยซูคริสต์ได้เลย"