เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

ปีที่ 4 ของสงครามยูเครน คริสตจักรและชีวิตประจำวัน ท่ามกลางไฟฟ้าดับ ความหนาว และการโจมตีต่อเนื่อง

ครบปีที่ 4 ของสงครามยูเครน ท่ามกลางไฟฟ้าดับ ความหนาว และการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่คริสตจักรและชีวิตประจำวันยังดำเนินต่อไป


สงครามเต็มรูปแบบที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว หลายพื้นที่ยังเผชิญการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแคว้นซูมือ (Sumy) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ใกล้แนวหน้า

แอนนา อูลานอฟสกา ผู้อาศัยในพื้นที่ชนบทใกล้เมืองดังกล่าว ระบุว่าเธอได้ยินเสียงโดรนรัสเซียแทบทุกวัน ลูกชายวัย 7 ขวบของเธอแทบไม่มีความทรงจำก่อนสงคราม "เราอยู่ภายใต้แรงกดดันตลอดเวลา แต่นี่คือความจริงของเรา เราไม่สามารถหยุดใช้ชีวิตได้" เธอกล่าว

แม้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เธอเดินทางไปกรุงเคียฟเพื่อเข้าร่วมการประชุมคริสเตียนสตรี 2 วัน พร้อมสมาชิกอีก 7 คนจากคริสตจักรของเธอ ผู้เข้าร่วมประมาณ 120 คนจากทั่วประเทศร่วมฟังการสอนพระคัมภีร์ เธอบอกว่าการประชุมครั้งนั้นช่วยฟื้นกำลังใจท่ามกลางความตึงเครียด

อีกด้านหนึ่ง อันนา ชเวตโซวา ประธานฝ่ายปฏิบัติการของ Ukraine Freedom Project องค์กรไม่แสวงกำไร ให้ภาพสะท้อนที่คล้ายกัน เธอกล่าวว่าแม้ไฟฟ้าดับและน้ำประปาหยุดไหลหลายวัน ชีวิตในกรุงเคียฟยังคงดำเนินต่อ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านทำเล็บจำนวนมากยังเปิดทำการ

เธอยกตัวอย่างผู้ช่วยในองค์กรของเธอที่เล่าว่าต้องอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าและน้ำ 4 วัน แต่ยังคงมีเล็บที่เพิ่งทำใหม่ "นี่คือความพยายามรักษาความปกติในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ" เธอกล่าว


สี่ปีหลังสงคราม ชีวิตของชาวยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ อันนา ชเวตโซวา ต้องจุดเทียนขณะทำงาน (ภาพ: Steven Moore)

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมยังน่ากังวล รายงานระบุว่ารัสเซียยังยึดครองพื้นที่ราว 20 เปอร์เซ็นต์ของยูเครน และในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างหนัก ทำให้ระบบทำความร้อนในหลายเมืองล่ม ขณะเดียวกัน การเจรจาสันติภาพยังมีความเห็นต่างสำคัญระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมีย ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน

ชเวตโซวา กล่าวว่าเมื่ออุณหภูมิลดต่ำ บ้านของเธอในเคียฟได้รับความเสียหายจากท่อหม้อน้ำแตกเนื่องจากความหนาวจัด ทำให้น้ำไหลทะลักออกสู่ถนน เธอต้องย้ายไปพักโรงแรมชั่วคราว ขณะที่หลายครอบครัวต้องย้ายออกจากเมืองเมื่ออาคารหลายพันแห่งไม่มีระบบทำความร้อน

แม้เผชิญไฟฟ้าใช้ได้เพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง หลายครัวเรือนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และใช้เครื่องปั่นไฟเพื่อประคับประคองชีวิตประจำวัน บนท้องถนนในเคียฟ เสียงเครื่องปั่นไฟกลายเป็นเสียงคุ้นเคย

ชเวตโซวา ระบุว่าเพื่อนของเธอที่รับใช้ในกองทัพ เมื่อกลับบ้านในช่วงพักรบ มักจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในร้านอาหาร เพราะพวกเขาเชื่อว่าการฉลองวันเกิด การพบปะ และการนมัสการพระเจ้า คือสิ่งที่ทำให้การต่อสู้มีความหมาย

อูลานอฟสกา ย้อนถึงวันแรกของสงครามที่เธอมองเห็นรถถังรัสเซียจากบ้านของตนเอง และยอมรับว่าไม่คิดว่าสงครามจะยืดเยื้อนานถึง 4 ปี วันนี้เธอกล่าวว่าครอบครัวเรียนรู้ที่จะวางใจพระเจ้า "เราใช้ชีวิตตามพระคำ ไม่กังวลถึงวันพรุ่งนี้ เพราะแต่ละวันก็มีเพียงพอของมันเอง"


ชาวบ้านเดินเล่นในเมืองออคตือร์กา เมืองในแคว้นซูมือของยูเครน ซึ่งตั้งอยู่บนแนวหน้าของความขัดแย้ง (ภาพ: Olivia Marlowe/Concern Worldwide)

ท่ามกลางความหนาวจัด การโจมตีต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางการเมือง ชาวยูเครนจำนวนไม่น้อยยังคงเลือกดำเนินชีวิต ทำงาน รวมตัวในคริสตจักร และรักษาความหวังไว้ในพระเจ้า





________________________________________

ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook