เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
สภาคริสตจักรฯ จัดสัมมนา "Smart Pastor Strong Church" พัฒนาศิษยาภิบาล 25 ภาคทั่วประเทศ เสริมความเข้มแข็งคริสตจักรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สำนักงานศิษยาภิบาล สภาคริสตจักรในประเทศไทย จัดสัมมนาศิษยาภิบาลประจำปี 2026 ภายใต้หัวข้อ "ศิษยาภิบาลรอบรู้ มุ่งสู่คริสตจักรเข้มแข็ง" (Smart Pastor Strong Church) ระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม 2026 ณ กรีนเลค รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีศิษยาภิบาลและผู้ช่วยศิษยาภิบาลจาก 25 ภาคทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อเสริมสร้างทักษะในการรับใช้ พร้อมรับการหนุนเสริมฝ่ายจิตวิญญาณ
ศจ.ดร.ประสงค์ ทองเณร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานศิษยาภิบาล เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับใช้พระเจ้าที่ทำงานอย่างทุ่มเทมาตลอดทั้งปีได้พักผ่อน สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมพันธกิจ และรับการเติมเต็มทักษะที่จำเป็นต่อการรับใช้ โดยเน้นแนวคิด "Smart Pastor" หรือศิษยาภิบาลที่มีความรอบรู้และทำงานอย่างถูกต้องตามพระมหาบัญชา เพื่อสร้างคริสตจักรที่เข้มแข็ง
ภายในการสัมมนา มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดความรู้ใน 5 ด้านหลัก ได้แก่
ชีวิตและนิมิตผู้รับใช้ โดย ศจ.ดร.เสมอใจ ศรีมาลา
การบริหารคริสตจักรให้เข้มแข็ง โดย ศจ.วิรัตน์ เป็งกันทะ
การสร้างสาวก โดย ศจ.อุดมพร พิลาศาล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ศิษยาภิบาลยุคปัจจุบันต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
การบุกเบิกตั้งคริสตจักร โดย ศจ.ดร.ศักดิ์ดา พิทักษ์วงศ์
และด้านการประกาศ เพื่อขยายพันธกิจให้เกิดผล
ดร.ประสงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสภาคริสตจักรฯ มีศิษยาภิบาลในระบบประมาณ 2,065 คน ขณะที่มีคริสตจักรท้องถิ่นราว 2,400 แห่ง ทำให้ยังมีความต้องการผู้รับใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานศิษยาภิบาลจึงมุ่งดำเนินภารกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มจำนวนศิษยาภิบาล การพัฒนาศักยภาพและสวัสดิการ และการให้คำปรึกษา (Counselling) โดยภายในงานได้จัดทีมโค้ชกว่า 20 คน เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาอย่างใกล้ชิด
ด้าน ศจ.ดร.เสมอใจ ศรีมาลา ประธานคริสตจักรภาคที่ 6 และหนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า คริสตจักรที่เข้มแข็งต้องสามารถเลี้ยงดูตัวเอง ปกครองตัวเอง และประกาศได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งฝากถึงศิษยาภิบาลรุ่นใหม่ (New Generation) ว่าจำเป็นต้องเข้าใจวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน เพื่อจะสามารถดูแลและนำพาผู้คนมาเป็นสาวกของพระเยซูได้อย่างตรงจุด
นอกจากเนื้อหาการบรรยายเชิงวิชาการที่นำข้อมูลด้านไอทีและงานวิจัยมาประยุกต์ใช้แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของผู้รับใช้พระเจ้าจากทั่วประเทศ
________________________________________
ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook