เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงนมัสการและความหวัง ชมรมคริสเตียนจุฬาฯ ได้จัดงาน Worship Night "Let The Name Be Known" เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 ณ ศาลาพระเกี้ยว ภายใน Chulalongkorn University เปิดพื้นที่ให้นิสิตและบุคคลทั่วไปมาร่วมกันนมัสการพระเจ้า ภายใต้แนวคิด "ให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่รู้จัก"
ภายในศาลาพระเกี้ยว เสียงเพลงสรรเสริญและการอธิษฐานดังก้องไปทั่วพื้นที่ ขณะที่ผู้เข้าร่วมทยอยเข้ามาจนเต็มความจุของระบบลงทะเบียน สะท้อนการตอบรับที่เกินกว่าที่ผู้จัดคาดไว้ โดยงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมถึง 786 คน สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 700 คน
นนทพัทธ์ ก้าวสมบูรณ์ ประธานชมรมคริสเตียนจุฬาฯ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากการเตรียมงานเพียงประมาณ 2 เดือน แต่เห็นการทรงจัดเตรียมของพระเจ้าในหลายด้าน ทั้งสถานที่ซึ่งจองได้ยากอย่างศาลาพระเกี้ยว รวมถึงทีมผู้ร่วมรับใช้และการสนับสนุนต่างๆ
เขากล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของงานไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ แต่ต้องการให้นิสิตทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคริสเตียนหรือไม่ ได้รับรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสความรักของพระองค์ผ่านการนมัสการร่วมกัน
งานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง หลังจากการจัดครั้งแรกภายใต้ชื่อ "Your Kingdom Come" โดยในปีนี้ผู้จัดระบุว่าเห็นการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากนิสิตในมหาวิทยาลัยและเครือข่ายคริสเตียนจากภายนอกที่เข้ามาร่วมสนับสนุน
ด้าน ศจ.เมธา เกรียงปริญญากิจ ผู้นำนมัสการในงาน กล่าวว่า ช่วงเวลานี้เป็นสิ่งที่หลายคนเฝ้าอธิษฐานมานาน คือการได้เห็นพระนามของพระเจ้าถูกยกชูในสถานศึกษา พร้อมมองว่าเป็นช่วงเวลาที่พระเจ้ากำลังเปิดประตูในหลายพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้อาจไม่เคยเกิดขึ้นง่ายนัก
ศจ.เมธา อธิบายว่า การนมัสการร่วมกันไม่ได้เป็นเพียงการร้องเพลง แต่คือการถวายพื้นที่ให้พระเจ้าทรงครอบครอง และเมื่อพระองค์สถิตอยู่ ก็สามารถสัมผัสและเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังแสวงหาความหมายของชีวิต
สำหรับการเตรียมงานครั้งนี้ นนทพัทธ์ยังแบ่งปันว่า จุดเริ่มต้นของการจัดงานเกิดจากงบประมาณเพียงหลักพันบาท แต่สามารถดำเนินงานจนเกิดขึ้นจริงได้ผ่านการทรงจัดเตรียมของพระเจ้าและการร่วมมือจากพี่น้องหลายฝ่าย เขาจึงหนุนใจผู้ที่ต้องการเริ่มต้นพันธกิจว่า สิ่งสำคัญคือการอธิษฐานและพึ่งพาการทรงนำของพระเจ้า เพราะเมื่อเป็นสิ่งที่ถวายเพื่อพระองค์ พระองค์ทรงสามารถจัดเตรียมทุกอย่างเกินกว่าที่คาดคิด
ค่ำคืนนั้นจึงไม่เพียงเป็นการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากกลางมหาวิทยาลัย แต่ยังสะท้อนว่าความเชื่อยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่คนรุ่นใหม่ และพระนามของพระเจ้ากำลังถูกประกาศในพื้นที่ซึ่งหลายคนอธิษฐานเฝ้ารอมานาน