เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

ดร.กนก ชี้ ข้อมูล UFO ไม่ยืนยันสิ่งมีชีวิตต่างดาว

อาจารย์กนกชี้ข้อมูล UFO ยังไม่ยืนยันสิ่งมีชีวิตต่างดาว ย้ำพระคัมภีร์เป็นหลักอ้างอิงที่ไม่เปลี่ยนแปลง


ท่ามกลางกระแสความสนใจเกี่ยวกับข้อมูล UFO หรือ UAP (Unidentified Aerial Phenomena) ที่ถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานของสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจารย์กนก ลีฬหเกรียงไกร ศิษยาภิบาลคริสตจักรกิจการของพระคริสต์ ธนบุรี ได้แบ่งปันมุมมองผ่านคลิปวิดีโอ โดยชี้ว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้ พร้อมย้ำว่าคริสเตียนควรยึดพระคัมภีร์เป็นหลักในการพิจารณาประเด็นต่างๆ


อาจารย์กนกอธิบายว่า เอกสารที่ถูกเปิดเผยส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุหรือปรากฏการณ์ที่ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นอะไร แต่ไม่ได้สรุปว่ามีสิ่งมีชีวิตนอกโลกอยู่จริง โดยบางกรณีภายหลังพบว่าเป็นเพียงวัตถุหรือวัสดุธรรมดาที่ถูกเข้าใจผิดในช่วงแรก


"ไฟล์ของสหรัฐที่ปล่อยมาก็เป็นไฟล์เรื่องของสิ่งที่อธิบายไม่ได้ เป็นอธิบายว่าเป็นวัตถุอะไรไม่ได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในไฟล์ถูกบันทึกไว้" อาจารย์กนกกล่าว


เมื่อกล่าวถึงมุมมองตามพระคัมภีร์ อาจารย์อธิบายว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างสรรพสิ่ง และทรงสามารถสร้างชีวิตได้ตามพระประสงค์ของพระองค์ อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ ขณะที่พระคัมภีร์กล่าวถึงสิ่งทรงสร้างฝ่ายวิญญาณ เช่น ทูตสวรรค์และเครูบ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากมนุษย์อย่างมาก


อาจารย์กนกยกตัวอย่างจากพระธรรมเอเสเคียลและพระธรรมวิวรณ์ ซึ่งบรรยายถึงสิ่งทรงสร้างที่มีรูปลักษณ์และลักษณะการเคลื่อนไหวที่อาจดูแปลกสำหรับมนุษย์ แต่เตือนว่าไม่ควรนำคำบรรยายเหล่านั้นไปเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องมนุษย์ต่างดาว


"ถ้าจะเชื่อมโยงกันแล้วบอกว่าเป็นเอเลียน ผมก็ไม่แนะนำให้มาเชื่อมโยงนะ ก็เป็นคนละอย่างกันเหมือนกัน" อาจารย์กล่าว


อาจารย์กนกยังแสดงความเห็นว่า การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นไม่ควรเป็นเหตุให้คริสเตียนหวั่นไหวต่อความเชื่อ แต่ควรเป็นโอกาสให้ผู้เชื่อแยกแยะข้อมูลบนพื้นฐานของความจริงที่มั่นคง แม้วิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญในการศึกษาความจริงเกี่ยวกับโลกและจักรวาล แต่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์หลายเรื่องอาจมีการปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ขณะที่พระคัมภีร์ยังคงมีเนื้อหาเดิมและไม่เปลี่ยนแปลง


"วิทยาศาสตร์อาจประกาศผิดๆ ถูกๆ แก้ไปแก้มา แต่พระคัมภีร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง" อาจารย์กนกกล่าว


อาจารย์ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ คริสเตียนจึงควรติดตามข้อมูลและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ด้วยความเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยึดพระคำเป็นหลักอ้างอิงสูงสุดในการมองโลกและประเมินข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม







________________________________________

ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook