เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
แบ๊บติสต์ออกจดหมายเปิดผนึกแสดงจุดยืนไม่ร่วม Everyone Thailand ย้ำ "รักษาหลักศาสนศาสตร์" ควบคู่พระมหาบัญชา
เฟซบุ๊กแฟนเพจ สหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกที่ลงนามโดย ศาสนาจารย์ ดร. สมใจ รักษาศรี ประธานสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ฯ แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนโครงการประกาศข่าวประเสริฐ "Everyone Thailand" พร้อมชี้แจงว่า การไม่เข้าร่วมครั้งนี้ มิได้หมายถึงการปฏิเสธพระมหาบัญชา หากแต่เป็นการรักษาความถูกต้องของหลักศาสนศาสตร์และแนวทางการประกาศที่สอดคล้องกับหลักข้อเชื่อของคณะนิกาย
ในโพสต์ระบุชัดว่า การประกาศข่าวประเสริฐเป็นพันธกิจหลักที่พระเยซูคริสต์ทรงมอบหมายแก่คริสตจักร ตามพระคำในมัทธิว 28:19-20 และกิจการ 1:8 และความรอดเกิดขึ้นจากการได้ยินพระคำ (โรม 10:17) อย่างไรก็ตาม วิธีการประกาศต้องไม่ลดทอนสาระสำคัญของข่าวประเสริฐ
สหคริสตจักรแบ๊บติสต์ให้เหตุผลว่า แนวทางของโครงการดังกล่าว รวมถึงวิทยากรบางส่วน มีลักษณะที่เชื่อมโยงกับพระกิตติคุณแห่งความมั่งคั่ง และการเน้นประสบการณ์อัศจรรย์ เช่น การรับฤทธิ์เดช การเจิม การล้ม การพยากรณ์ และการรักษาโรค ซึ่งขัดกับหลักข้อเชื่อของแบ๊บติสต์ อีกทั้งเครือข่ายระดับโลกที่เกี่ยวข้องบางส่วนถูกตั้งข้อสังเกตในวงการศาสนศาสตร์ว่าให้ความสำคัญกับประสบการณ์เหนือการสอนพระคัมภีร์อย่างเป็นระบบ
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการประสานงานคริสตจักรโปรเตสแตนท์ในประเทศไทย (กปท.) มีมติไม่สนับสนุนโครงการดังกล่าว และไม่อนุมัติการลงนามบันทึกความเข้าใจ รวมถึงไม่อนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ขององค์กรหลักในสังกัด
จดหมายเปิดผนึกยังวิเคราะห์ความกังวลหลักออกเป็น 5 ประเด็น ได้แก่
ประการแรก ความเสี่ยงต่อการบิดเบือนสาระสำคัญของข่าวประเสริฐ หากนำเรื่องการหายโรคหรือความสำเร็จทางการเงินมาเป็นจุดดึงดูด โดยลดน้ำหนักเรื่องบาป การกลับใจ และกางเขน
ประการที่สอง การให้ความสำคัญกับประสบการณ์หรืออาการทางกายภาพมากกว่าการเปลี่ยนแปลงชีวิตตามพระคำ ซึ่งอาจทำให้ผู้เชื่อใหม่ยึดติดกับความรู้สึกมากกว่าความจริงในพระคัมภีร์
ประการที่สาม การตั้งเป้าเชิงปริมาณ เช่น การเข้าถึงคนจำนวนมากภายในกรอบเวลาที่กำหนด อาจทำให้เน้นตัวเลขมากกว่าคุณภาพของการสร้างสาวก
ประการที่สี่ รูปแบบกิจกรรมขนาดใหญ่หรือกิจกรรมเคลื่อนที่ แม้สร้างการรับรู้ในวงกว้าง แต่อาจขาดระบบติดตามผลที่ต่อเนื่องในระดับคริสตจักรท้องถิ่น
และประการสุดท้าย ความอ่อนไหวของบริบทสังคมไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับความสงบเรียบร้อย การสื่อสารที่ดูรุนแรงหรือสุดโต่งในพื้นที่สาธารณะอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของคริสตจักรในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม จดหมายเปิดผนึกย้ำว่า คริสตจักรไทยยังคงยืนหยัดในพระมหาบัญชา ผ่านการประกาศเชิงความสัมพันธ์ การเป็นพยานในชีวิตประจำวัน และการสร้างสาวกอย่างต่อเนื่อง ความห่วงใยต่อโครงการดังกล่าวจึงเป็นความรับผิดชอบของผู้นำคริสตจักรในการปกป้องฝูงแกะ และรักษาความบริสุทธิ์ของหลักคำสอน เพราะท้ายที่สุด ภาระการดูแลผู้เชื่อใหม่ย่อมตกอยู่กับคริสตจักรท้องถิ่นในระยะยาว
ที่มา: แฟนเพจสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย
________________________________________
ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook