เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้
"Operation Andrew" สู่เป้า 1 ล้านผู้เชื่อ ศจ.ดร.วีระเดช ชี้ "ความสัมพันธ์" คือกุญแจ ชวนคริสเตียนเริ่มจากคนใกล้ตัว
"การประกาศผ่านความสัมพันธ์" หัวใจของ Operation Andrew เมื่อคริสตจักรไทยผนึกกำลังสู่เป้าหมาย 1 ล้านผู้เชื่อในปี 2028
ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมสู่การเฉลิมฉลอง 200 ปีการประกาศข่าวประเสริฐของคริสเตียนโปรแตสแตนท์ในประเทศไทยในปี 2028 หนึ่งในโครงการที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้นำคริสตจักรทั่วประเทศคือ "Operation Andrew" หรือโครงการปฏิบัติการอันดรูว์ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ด้านการประกาศที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างคริสตจักรไทย 3 สังกัดหลัก ร่วมกับสมาคมประกาศข่าวประเสริฐบิลลี่ เกรแฮม (Billy Graham Evangelistic Association: BGEA)
ศจ.ดร.วีระเดช จิตศักดานนท์ ประธานคณะกรรมการเพื่อการประกาศและเพิ่มพูนคริสตจักร (กปพ.) เปิดเผยกับ CGN Thai News ว่า แม้แนวคิดของโครงการจะมีรากฐานจากรูปแบบการประกาศที่คริสตจักรไทยคุ้นเคยมานาน แต่ครั้งนี้มีความแตกต่างสำคัญทั้งในด้านขนาด การกระจายตัว และความร่วมมือระดับประเทศ
"ครั้งนี้ไม่เหมือนงานประกาศที่ผ่านมา เพราะไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่กระจายไปทั่วประเทศ" ศจ.ดร.วีระเดช กล่าว
ตามแผนงาน ผู้นำประมาณ 150 คนจากเครือข่ายคริสตจักรทั่วประเทศจะเข้ารับการอบรมในฐานะผู้ฝึกสอนหลัก ก่อนกลับไปถ่ายทอดและพัฒนานักประกาศในพื้นที่ของตนเอง โดยแต่ละคนมีเป้าหมายในการสร้างและพัฒนาผู้ร่วมโครงการอีกประมาณ 250-400 คน ซึ่งจะนำไปสู่เครือข่ายนักประกาศและผู้ติดตามผลหลายหมื่นคนทั่วประเทศ
ประกาศผ่าน "สายสัมพันธ์" ไม่ใช่เพียงกิจกรรม
หัวใจสำคัญของ Operation Andrew อยู่ที่แนวคิด "การประกาศผ่านความสัมพันธ์" (Relationship-based Witnessing) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอันดรูว์ในพระคัมภีร์ ผู้ที่พาคนใกล้ชิดมาพบพระเยซู
แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ โครงการนี้เชิญชวนให้คริสเตียนเริ่มต้นจากการอธิษฐานเผื่อคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน จากนั้นจึงสร้างความสัมพันธ์ ดูแล และแบ่งปันความรักของพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง
"การประกาศผ่านสายสัมพันธ์นี้ก็ถือเป็นการประกาศที่ได้ผลดีที่สุด เพราะคนเหล่านี้มีความไว้วางใจกันอยู่แล้ว" ศจ.ดร.วีระเดช กล่าว
แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคริสตจักรไทยที่คุ้นเคยกับการดูแลผู้คนผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว เพียงแต่ Operation Andrew ได้เพิ่มเครื่องมือ หลักสูตร และระบบการฝึกอบรมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
จากการประกาศสู่การติดตามผล
อีกหนึ่งประเด็นที่ กปพ. ให้ความสำคัญคือการติดตามผลหลังการประกาศ
ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่คริสตจักรไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง
"ส่วนใหญ่ประกาศแล้วก็ไม่ตามผล" ศจ.ดร.วีระเดช
กล่าว พร้อมอธิบายว่า Operation Andrew ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงนักประกาศ
แต่ยังต้องการสร้างผู้ติดตามผลที่สามารถเดินเคียงข้างผู้เชื่อใหม่ ช่วยให้พวกเขาเชื่อมโยงกับคริสตจักรท้องถิ่นและเติบโตในความเชื่อต่อไป
แนวทางนี้จึงไม่ได้วัดผลเพียงจำนวนผู้ที่ตัดสินใจเชื่อ แต่ยังมองถึงการสร้างสาวกและการเติบโตอย่างยั่งยืนของคริสตจักรในระยะยาว
ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของ 3 สังกัด
สำหรับ ศจ.ดร.วีระเดช ความโดดเด่นอีกประการของ Operation
Andrew คือการที่โครงการได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากผู้นำของ
3 สังกัดหลัก ได้แก่ สภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
และสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย
ก่อนเริ่มโครงการ ผู้นำจากทั้งสามสังกัดได้เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้เพื่อพบกับผู้นำของ
BGEA และยืนยันความร่วมมือในการขับเคลื่อนพันธกิจดังกล่าวร่วมกัน
"ความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นการปูความร่วมมือของสามสังกัดเข้ามาด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม"
ศจ.ดร.วีระเดช กล่าว
