ศิษยาภิบาลคริสตจักรในเมืองวัลเลโฮ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ พัฒนา AI ที่จำลองตัวตนและแนวทางการสอนของเขา เพื่อให้สมาชิกคริสตจักรสามารถพูดคุยและขอคำแนะนำได้ แม้ในเวลาที่ศิษยาภิบาลไม่สามารถให้คำปรึกษาได้ด้วยตนเอง
อ.จัสติน อาร์. เลสเตอร์ ศิษยาภิบาลคริสตจักร Friendship Missionary Baptist Church ซึ่งมีความสนใจและทำงานด้านเทคโนโลยีควบคู่กับงานรับใช้ เปิดเผยว่า ระบบเอไอดังกล่าวได้รับข้อมูลจากสิ่งที่เขาเคยเผยแพร่บน YouTube, TikTok และ Instagram รวมถึงงานเขียน หนังสือ และคำเทศนาที่ผ่านมา โดยระบบจะได้รับการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องตามเนื้อหาใหม่ของเขา

อ.จัสติน อาร์. เลสเตอร์ ศิษยาภิบาลคริสตจักร Friendship Missionary Baptist Church
สมาชิกคริสตจักรบางคนกล่าวว่า เอไอดังกล่าวช่วยให้พวกเขาสามารถถามคำถามในเวลาที่ต้องการ หรือพูดคุยเรื่องบางอย่างที่อาจรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะถามศิษยาภิบาลโดยตรง
ในการสาธิตกับสื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น เมื่อผู้สื่อข่าวบอกเอไอว่ากำลังรู้สึกโดดเดี่ยว ระบบตอบกลับโดยยกข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการที่มนุษย์ไม่ควรอยู่เพียงลำพัง พร้อมแนะนำให้ติดต่อใครสักคนเพื่อสร้างความสัมพันธ์และขอความช่วยเหลือ

นิค วัตต์ ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ ทดลองใช้เอไอ
อย่างไรก็ตาม อ.เลสเตอร์ย้ำว่า เอไอไม่สามารถแทนที่ความเป็นมนุษย์ของศิษยาภิบาลได้
"เอไอไม่สามารถรู้สึกได้ เป้าหมายไม่ใช่การสร้างสิ่งที่จะเข้ามาแทนที่ศิษยาภิบาล แต่ต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และทำให้มีเวลาสำหรับการเป็นสามี พ่อ และศิษยาภิบาลมากขึ้น"
อ.เลสเตอร์ กล่าวว่า งานบางอย่าง เช่น การเขียนอีเมลหรือภาระงานทั่วไป สามารถให้เอไอช่วยจัดการได้ เพื่อให้เขามีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการเยี่ยมผู้ป่วย และดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

เอไอศิษยาภิบาล ให้คำปรึกษาแก่สมาชิกตลอด 24 ชั่วโมง
ระบบยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย โดยจะตอบเฉพาะเรื่องที่อยู่ในขอบเขตความรู้และคำสอนของ อ.เลสเตอร์ และหากสมาชิกพูดถึงประเด็นร้ายแรง เช่น การฆ่าตัวตายหรือการล่วงละเมิด ระบบจะไม่ให้คำแนะนำเอง แต่จะแนะนำให้ติดต่อศิษยาภิบาลโดยตรง
นอกจากการพัฒนา AI ฝาแฝดดิจิทัล อ.เลสเตอร์ยังนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับงานคริสตจักรในด้านอื่น โดยเคยพัฒนา "Pastor GPT" เพื่อช่วยศิษยาภิบาลในการเตรียมคำเทศนา และเปิดการเรียนการสอนด้านการเขียนโปรแกรมสำหรับสมาชิกคริสตจักร

อ.เลสเตอร์ สาธิตการใช้งาน Pastor GPT ที่เขาพัฒนาขึ้นเอง
การทดลองของ อ.เลสเตอร์ เกิดขึ้นในช่วงที่องค์กรคริสเตียนหลายแห่งเริ่มพัฒนาแนวทางเพื่อช่วยคริสตจักรรับมือกับผลกระทบของเอไอ โดย Church AI Toolkit ซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มผู้รับใช้ นักวิชาการ และผู้ทำงานด้านเทคโนโลยีจากหลายคณะนิกายคริสเตียน ได้นำเสนอกรณีศึกษาและทรัพยากรสำหรับการอภิบาลในยุคเอไอ รวมถึงประเด็นความโศกเศร้า ความโดดเดี่ยว ความกลัว และการค้นหาความหมายชีวิต
ขณะเดียวกัน AI Christian Partnership ซึ่งรวมองค์กรคริสเตียน นักศาสนศาสตร์ นักวิจัยด้านเทคโนโลยี และนักวิชาการในสหราชอาณาจักร กำลังส่งเสริมความรู้เท่าทันเอไอในหมู่คริสเตียน พร้อมพัฒนาแนวทางด้านจริยธรรมและศาสนศาสตร์สำหรับการใช้เอไอในงานพันธกิจและชีวิตการทำงาน

บรรยาการรอบนมัสการที่คริสตจักร Friendship Missionary Baptist Church เมืองวัลเลโฮ รัฐแคลิฟอร์เนีย
กรณีของ อ.เลสเตอร์ จึงสะท้อนคำถามที่กำลังเกิดขึ้นกับคริสตจักรทั่วโลกว่า เมื่อเอไอสามารถเลียนแบบวิธีคิดและการสื่อสารของผู้นำคริสตจักรได้มากขึ้น เทคโนโลยีควรมีบทบาทในงานอภิบาลมากเพียงใด และเส้นแบ่งระหว่างเครื่องมือเพื่อการรับใช้ กับการแทนที่มนุษย์ ควรอยู่ตรงไหน
สำหรับ อ.เลสเตอร์ เอไอเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ศิษยาภิบาลมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทำแทนได้ นั่นคือการอยู่และดูแลผู้คนในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

อ.เลสเตอร์ และสมาชิกคริสตจักร________________________________________
ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง
Facebook