ผู้นำคริสตจักรเกาหลีใต้ เสนอสร้าง "มิชชันนารีด้านสื่อ AI" หนุนใช้ประกาศข่าวประเสริฐ
เสนอคริสตจักรเกาหลีและคริสเตียนทั่วโลกเร่งพัฒนา "มิชชันนารีด้านสื่อ AI" ผลิตและเผยแพร่เนื้อหาข่าวประเสริฐสู่ผู้คน
ดร.อัน จองเบ ประธานสมาคมการศึกษาอนาคตนานาชาติ (International Futures Studies Association) ประธานร่วมคณะกรรมการ AI คริสเตียนแห่งเกาหลี และผู้แทนร่วมของ Jeju AI World Mission Center เสนอให้คริสตจักรเกาหลีและคริสเตียนทั่วโลกเร่งพัฒนา "มิชชันนารีด้านสื่อ AI" (AI Media Missionaries) เพื่อให้ผู้เชื่อสามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลิตและเผยแพร่เนื้อหาข่าวประเสริฐสู่ผู้คนหลากหลายภาษาและวัฒนธรรม พร้อมย้ำว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ ขณะที่มนุษย์คือผู้ใช้ และพระเจ้าทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง
ดร.อัน จองเบ ให้สัมภาษณ์กับ Christian Daily Korea ว่า คริสตจักรไม่ควรตอบสนองต่อ AI ด้วยการปฏิเสธเพราะความหวาดกลัว หรือยอมรับโดยปราศจากการไตร่ตรอง แต่ควรพัฒนาแนวทางการใช้ AI ที่ตั้งอยู่บนโลกทัศน์ตามพระคัมภีร์และจริยธรรมคริสเตียน เพื่อให้เทคโนโลยีรับใช้การประกาศข่าวประเสริฐและพันธกิจโลก
เขากล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของคริสตจักรในยุค AI คือการสร้างมิชชันนารีด้านสื่อ AI ไม่ใช่เฉพาะศิษยาภิบาลหรือมิชชันนารีเท่านั้น แต่รวมถึงครูรวี อนุชน ผู้นำนมัสการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ ศิลปิน และสมาชิกคริสตจักรทั่วไป ให้สามารถใช้ AI ถ่ายทอดข่าวประเสริฐผ่านสื่อต่างๆ เพื่อเข้าถึงผู้คนทั่วโลก
"ต่อไปนี้คริสเตียนทุกคนสามารถใช้ AI ถ่ายทอดพระคุณที่ได้รับและข่าวประเสริฐ ผ่านบทเพลงข่าวประเสริฐ วิดีโอคำพยาน วิดีโอพันธกิจ สื่อการศึกษาพระคัมภีร์ และเนื้อหาหลายภาษาได้"

ดร.อัน จองเบ ประธานสมาคมการศึกษาอนาคตนานาชาติ (อัน จองเบ)ดร.อัน เปิดเผยว่า Jeju AI World Mission Center กำลังพัฒนา "หลักสูตรพันธกิจ AI สำหรับคริสเตียน" (Christian AI Mission Course) เพื่อให้คริสเตียนสามารถเรียนรู้การใช้ AI ผลิตสื่อข่าวประเสริฐด้วยตนเอง โดยมีเป้าหมายสร้างขบวนการพันธกิจรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้เนื้อหาคริสเตียนที่มีคุณภาพเผยแพร่สู่โลกดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
"เป้าหมายของหลักสูตรคือช่วยให้คริสเตียนทุกคนเรียนรู้ AI และสามารถสร้างสื่อข่าวประเสริฐกับสื่อพันธกิจด้วยตนเอง เพื่อทำหน้าที่เป็นมิชชันนารีด้านสื่อ AI"

หลักสูตรการใช้สื่อ AI สำหรับมิชชันนารี (อัน จองเบ)เขาเชื่อว่า AI จะไม่เข้ามาแทนที่พันธกิจภาคสนาม แต่จะช่วยขยายขอบเขตของการประกาศข่าวประเสริฐ โดยเฉพาะการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การผลิตสื่อที่เหมาะกับแต่ละภาษาและวัฒนธรรม การสร้างสาวกผ่านช่องทางออนไลน์ ตลอดจนการสนับสนุนงานบริหารด้านพันธกิจ ทำให้คริสเตียนจำนวนมากขึ้นสามารถมีส่วนร่วมในพันธกิจโลก แม้จะมีข้อจำกัดด้านภาษา ระยะทาง เวลา และค่าใช้จ่าย
เขายังยกตัวอย่างว่า AI สามารถช่วยจัดทำสรุปคำเทศนา เอกสารประกาศข่าวประเสริฐ คำพยาน บทเรียนพระคัมภีร์ ตลอดจนผลิตบทเพลง แอนิเมชัน เว็บตูน และวิดีโอสั้นที่เหมาะกับเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาหลายภาษาควรผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและผู้นำคริสตจักรในพื้นที่ เนื่องจาก AI ยังไม่สามารถเข้าใจบริบททางวัฒนธรรมและอารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์
สำหรับการรับใช้ภายในคริสตจักร ดร.อัน ระบุว่า AI ควรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านการค้นคว้าและการเตรียมข้อมูล เช่น การศึกษาภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ การเปรียบเทียบภาษาต้นฉบับของพระคัมภีร์ การรวบรวมข้อมูลประกอบคำเทศนา การแปลภาษา การบริหารงานคริสตจักร และการผลิตสื่อข่าวประเสริฐ แต่ไม่ควรเข้ามาแทนที่การเทศนา การอภิบาล การศึกษาพระคัมภีร์ หรือการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พร้อมเตือนว่าการพึ่งพาคำเทศนาหรือคำอธิษฐานที่ AI สร้างขึ้นโดยขาดการใคร่ครวญ อาจบั่นทอนชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบของผู้รับใช้พระเจ้า

พิธีเปิดป้ายอนุสรณ์ของศูนย์พันธกิจ AI โลก ประจำเกาะเชจู (ศูนย์พันธกิจ AI โลกประจำเกาะเชจู)ดร.อัน เสนอว่าคริสตจักรควรร่วมมือกันสร้างระบบนิเวศสำหรับการผลิตสื่อข่าวประเสริฐในยุค AI โดยให้คริสตจักร นิกาย สถาบันศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน และองค์กรมิชชัน ร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลพระคัมภีร์และศาสนศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ตลอดจนระบบตรวจสอบเนื้อหา เพื่อสนับสนุนการผลิตสื่อข่าวประเสริฐหลายภาษาที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับหลักความเชื่อ
เขายังเสนอหลักการสำคัญในการใช้ AI ได้แก่ การยอมรับว่าพระเจ้าทรงเป็นองค์ผู้สูงสุด การเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์ การให้ความสำคัญกับการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การใช้ AI เพื่อข่าวประเสริฐและความรัก ตลอดจนการยึดมั่นในความจริงและความรับผิดชอบ พร้อมย้ำว่า AI ไม่ควรถูกใช้เพื่อการควบคุมมนุษย์ การเลือกปฏิบัติ การสร้างความเกลียดชัง หรือการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ แต่ควรรับใช้มนุษยชาติและประโยชน์ส่วนรวม
ดร.อัน กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ AI จะสามารถอธิบายข้อมูลในพระคัมภีร์หรือให้คำแนะนำได้ แต่ไม่สามารถนมัสการพระเจ้า กลับใจใหม่ รับการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือร่วมทุกข์และสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนได้ สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นพันธกิจที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ผู้รับใช้และคริสตจักร
เขาเปรียบเทียบว่า หากในสมัยมาร์ติน ลูเทอร์ แท่นพิมพ์เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้พระคัมภีร์และข่าวประเสริฐแพร่หลาย ในปัจจุบัน AI ก็อาจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คริสเตียนทั่วไปมีส่วนร่วมในพันธกิจโลกได้มากกว่าที่เคย พร้อมย้ำว่า "AI เป็นเพียงเครื่องมือ มนุษย์คือผู้ใช้ และพระเจ้าทรงเป็นองค์ผู้สูงสุด" โดยหวังว่าคริสตจักรจะใช้ AI บนพื้นฐานของโลกทัศน์ตามพระคัมภีร์และจริยธรรมคริสเตียน เพื่อเผยแพร่ข่าวประเสริฐและความรักไปสู่ผู้คนทั่วโลก
"ในยุค AI ความสามารถที่แท้จริงไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความรัก ไม่ใช่ข้อมูล แต่คือชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ"