เว็บไซต์มีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

IDMC Thailand 2026 ชวนผู้เชื่อ "เติบโตลึกในความเชื่อ"

IDMC Thailand 2026 ชวนผู้เชื่อ "เติบโตลึกในความเชื่อ" ผ่านบทเรียนจากถิ่นทุรกันดาร การสร้างสาวก ความกล้าหาญ และการจบชีวิตการรับใช้อย่างงดงาม


IDMC Thailand จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ "Growing Deep in Faith - เติบโตลึกในความเชื่อ" ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายน 2026 ณ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีศิษยาภิบาล ผู้นำ และผู้เชื่อจากคริสตจักรกว่า 80-90 แห่งทั่วประเทศ ทั้งจากกรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคใต้ เข้าร่วมสัมมนา


การสัมมนาครั้งนี้ได้รับการถ่ายทอดโดย ศจ.เอ็ดมันด์ ชาน (Rev. Edmund Chan) ผู้ก่อตั้ง Global Alliance of Intentional Disciplemaking Churches และอดีตศิษยาภิบาลอาวุโสคริสตจักร Covenant Evangelical Free Church (CEFC) ประเทศสิงคโปร์ พร้อมด้วย ศจ.แอน ชาน (Rev. Ann Chan) ภรรยา โดยมี ศจ.เดชา เจนพิริยะประยูร และ อ.สุธิดา เวสต์วูด ร่วมทำหน้าที่แปลภาษาไทยในการบรรยาย


เนื้อหาตลอดการสัมมนามุ่งไปที่การวางรากฐานชีวิตฝ่ายวิญญาณ การเติบโตในความเชื่อ และการเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงการบรรยาย




เติบโตลึกในความเชื่อผ่านถิ่นทุรกันดาร

ในช่วงแรก ศจ.เอ็ดมันด์ ชาน กล่าวถึงการเติบโตในความเชื่อผ่าน "ถิ่นทุรกันดาร" โดยใช้ อิสยาห์ 40:3-5 เป็นส่วนหนึ่งของพระคำในการแบ่งปัน พร้อมชี้ให้เห็นว่าความเชื่อของคริสเตียนต้องหยั่งรากในพระวจนะของพระเจ้า ไม่ใช่เพียงความรู้สึก

ศจ.เอ็ดมันด์ อธิบายถึงความแตกต่างของความจริง ในหลายมิติ โดยชี้ว่าความจริงในฐานะเนื้อหาหรือความรู้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ หากความจริงนั้นไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติและเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์กับพระเจ้า

ในช่วงที่กล่าวถึงถิ่นทุรกันดาร ศจ.เอ็ดมันด์ อธิบายว่า ช่วงเวลาเช่นนี้อาจทำให้มนุษย์สูญเสียทิศทาง สูญเสียความมั่นใจ เดินวนอยู่ท่ามกลางความยุ่งเหยิงของชีวิต และเกิดความเมื่อยล้าฝ่ายวิญญาณ อย่างไรก็ตาม ถิ่นทุรกันดารไม่ได้มีเพียงด้านของความยากลำบาก เพราะผู้เชื่อยังสามารถสัมผัสการทรงสถิต การจัดเตรียม และฤทธานุภาพของพระเจ้าได้

ศจ.เอ็ดมันด์ ยังแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ ทั้งภาวะเนื้องอกในสมองและอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ก่อนกล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงเสริมกำลังและจัดเตรียมให้สามารถรับใช้ต่อไปได้ พร้อมหนุนใจผู้ฟังว่า ในช่วงเวลาที่มืดมน ให้หันกลับไปมองพระเจ้า เพราะพระองค์ยังทรงทำงานและทรงเป็นผู้มีชัยชนะ





พระบัญชาและพันธกิจ: การสร้างสาวกจากภายในสู่ภายนอก

การบรรยายช่วงที่สองมุ่งไปที่หัวใจของการสร้างสาวก โดย ศจ.เอ็ดมันด์ ย้ำว่า การสร้างสาวกไม่ใช่นวัตกรรมหรือโปรแกรม แต่เป็นวิถีชีวิตของการติดตามพระเยซูคริสต์ ซึ่งรวมถึงการรู้จัก รัก รับใช้ ประกาศ และเติบโตขึ้นให้เป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น

ประเด็นสำคัญของช่วงนี้คือความแตกต่างระหว่าง "พระบัญชา" (The Mandate) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินกับพระเจ้าและชีวิตภายใน กับ "พันธกิจ" (The Mission) ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานที่ทำเพื่อพระเจ้าและการรับใช้ภายนอก

ศจ.เอ็ดมันด์ ชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นในคริสตจักรคือผู้เชื่ออาจมุ่งทำงานเพื่อพระเจ้ามากจนละเลยการเดินกับพระเจ้า โดยยกตัวอย่างจากชีวิตของบุคคลในพระคัมภีร์ เช่น ดาวิด โมเสส และมาโนอาห์ เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของชีวิตภายในก่อนการทำภารกิจภายนอก

จาก 1 ซามูเอล 16:7 ศจ.เอ็ดมันด์ กล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงมองดูจิตใจมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ขณะที่เรื่องราวของโมเสสในอพยพ 18 ถูกนำมาอธิบายถึงความสำคัญของการรักษาจุดโฟกัสในการเดินกับพระเจ้า ขณะที่คำถามของมาโนอาห์ในผู้วินิจฉัย 13:12 สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงภารกิจที่เด็กคนนั้นจะทำ แต่รวมถึงวิถีชีวิตของเขาต่อหน้าพระเจ้า

ศจ.เอ็ดมันด์ ย้ำหลักการว่า หากพระเยซูไม่ได้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือทั้งหมด พระองค์ก็ไม่ได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย





เติบโตลึกในความกล้าหาญ

ช่วงที่สาม ศจ.แอน ชาน นำผู้เข้าร่วมศึกษาชีวิตของกิเดโอนจากพระธรรมผู้วินิจฉัย บทที่ 6-7 โดยนำเสนอเรื่อง "ความกล้าหาญ" ในการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า 4 ประการ ได้แก่ ความกล้าหาญที่จะเชื่อ ความกล้าหาญที่จะลงมือทำและเชื่อฟัง ความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลง และความกล้าหาญที่จะบากบั่นจนสำเร็จ

ศจ.แอน ชี้ให้เห็นว่า แม้กิเดโอนจะซ่อนตัวด้วยความกลัว แต่พระเจ้าทรงเรียกเขาว่า "นักรบผู้กล้าหาญ" ซึ่งสะท้อนว่าพระเจ้าทรงมองเห็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่มนุษย์มองเห็น

นอกจากนี้ ศจ.แอน ยังแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับความเชื่อและการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า รวมถึงการดูแลคุณแม่ที่ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมเป็นเวลานาน 12 ปี เพื่อสะท้อนถึงการเชื่อฟังและการปรนนิบัติในชีวิตประจำวันที่ต้องอาศัยความกล้าหาญ

อีกประเด็นหนึ่งคือการยอมให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดและวิธีการของมนุษย์ โดยยกเรื่องกองทัพของกิเดโอนที่ลดจำนวนจาก 32,000 คนเหลือเพียง 300 คน เพื่อให้เห็นว่าชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังของมนุษย์ แต่เป็นของพระเจ้า

การบรรยายปิดท้ายด้วยเรื่องความกล้าหาญที่จะบากบั่นจนสำเร็จ โดยชี้ให้เห็นถึงการยึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้าและไม่ยอมแพ้กลางทาง





"Finishing Well" จบชีวิตการรับใช้อย่างงดงาม

ในช่วงสุดท้าย ศจ.เอ็ดมันด์ กลับมาหนุนใจผู้เข้าร่วมด้วย 1 โครินธ์ 15:58 โดยเน้นแนวคิด "Finishing Well" หรือการจบชีวิตการรับใช้อย่างงดงาม

ศจ.เอ็ดมันด์ กล่าวว่า การรับใช้ควรเป็นสิ่งที่ไหลออกมาจากชีวิตภายใน (Outflow of Inner Life) ซึ่งหยั่งรากผ่านการเฝ้าเดี่ยวและการดำเนินชีวิตในพระวจนะ พร้อมนำเสนอ 4 หลักสำคัญ ได้แก่ "อย่าท้อใจ จงมั่นคงอยู่" "อย่าสูญเสียจุดยืน จงอย่าหวั่นไหว" "อย่าสูญเสียแรงขับเคลื่อน จงทำบทบาทให้บริบูรณ์" และ "อย่าสูญเสียความหวัง เพราะการตรากตรำไม่ไร้ประโยชน์"

ศจ.เอ็ดมันด์ ยังแบ่งปันประสบการณ์จากเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตและการรับใช้ เพื่อสะท้อนถึงการพึ่งพาการทรงนำของพระเจ้าในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน พร้อมเตือนให้ผู้เชื่อไม่ปล่อยให้ชีวิตฝ่ายวิญญาณค่อยๆ ห่างออกจากพระวจนะ หรือประนีประนอมกับบาปจนกลายเป็นคริสเตียนที่อุ่นๆ

ในตอนท้าย ศจ.เอ็ดมันด์ หนุนใจว่า สิ่งที่ผู้เชื่อทำเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่สูญเปล่า โดยยกตัวอย่างเรื่องราวของจอห์น มัคนายกผู้หนึ่งในกรุงลอนดอนเมื่อปี 1850 ซึ่งเทศนาแก่ผู้คนท่ามกลางพายุหิมะ และเหตุการณ์นั้นมีส่วนในการนำชาร์ลส์ สเปอร์เจน ซึ่งขณะนั้นอายุ 13 ปี มาสู่ความเชื่อในพระเจ้า



อธิษฐาน สารภาพบาป และมอบถวายชีวิต

การสัมมนา IDMC Thailand 2026 ปิดท้ายด้วยการร่วมใจกันอธิษฐาน สารภาพบาป และมอบถวายชีวิตแด่พระเจ้า ท่ามกลางผู้เข้าร่วมที่ได้รับการหนุนใจจากเนื้อหาตลอดสองวัน

จากเรื่องราวของถิ่นทุรกันดาร การสร้างสาวก ความกล้าหาญ ไปจนถึงการจบชีวิตการรับใช้อย่างงดงาม เนื้อหาของการสัมมนาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของชีวิตที่หยั่งรากลึกในพระเจ้า เพื่อให้การรับใช้และการดำเนินชีวิตของผู้เชื่อไหลออกมาจากความสัมพันธ์กับพระองค์










________________________________________

ติดตาม CGN Thai News ข่าวสารสำหรับคริสเตียนไทย ได้ทาง Facebook